ชุมเห็ดเทศ

Published พฤศจิกายน 19, 2011 by seettteem201

ชุมเห็ดเทศ

ชุมเห็ดเทศ

ชื่ออื่น ๆ : หมากกะลิงเทศ, ลับมืนหลาว, ขี้คาก (ภาคเหนือ), ชุมเห็ดใหญ่, ชุมเห็ดเทศ (ไทยภาคกลาง), ส้มเห็ด (เชียงราย), ตะสีพอ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน), จุมเห็ด(มหาสารคาม), ตุ๊ยเฮียะเต่า, ฮุยวิจวบักทง (จีน)

ชื่อสามัญ : Ringworm Bush, Candelabra Bush,Seven Golden Candle-stick.

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cassia alata Linn.

วงศ์ : CAESALPINIACEAE

ลักษณะทั่วไป :

ต้น : เป็นพรรณไม้พุ่มขนาดกลาง ลำต้นมีความสูง 2-3 เมตร ก้านใบนั้นยาวในก้านหนึ่งนั้น

จะมีใบแตกออกเป็น 2 ทาง มีลักษณะคล้ายใบมะยม แต่จะโตและยาวกว่าประมาณ 10-12 ซม. และกว้างประมาณ 3-6 ซม.

ใบ : เป็นใบประกอบขนนก มีความยาวประมาณ 30-60 ซม. ใบย่อยจะเรียงกันเป็นคู่ ๆ 8-20 คู่ ลักษณะใบย่อยนั้นจะรูปขอบขนานแกมรูปรี โคนใบจะมน ตรงปลายใบของมันมนหรือเว้าเล็กน้อย ฐานใบนั้นจะมนและไม่เท่ากันทั้ง 2 ข้าง ขอบใบเรียบเป็นสีแดง ใบจะมีความกว้างประมาณ
5-7 ซม. และยาวประมาณ 5-15 ซม. ก้านใบย่อยสั้นมาก

ดอก : จะออกเป็นช่อใหญ่ ตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง มีความยาวประมาณ 20-50 ซม. ดอกจะเป็นสีเหลือง ดอกตูมนั้นคล้ายดอกข่า และเมื่อดอกบานจะเป็นสีเหลืองเข้ม กลีบรองกลีบดอกจะมีอยู่ 5 กลีบ เป็นรูปขอบขนาน สีเขียวตรงปลายของมันจะแหลม ส่วนก้านดอกนั้นจะสั้นและมีลายเส้นเห็นได้ชัด

เกสร : เกสรตัวผู้จะมีอยู่ประมาณ 9-10 อัน แต่มีความยาวไม่เท่ากัน อับเรณูเมื่อแก่จะมีรูเปิดที่ยอด ส่วนเกสรตัวเมียนั้นมีอยู่ 1 อัน ผิวเกลี้ยง

เมล็ด (ผล) : ผลนั้นจะออกเป็นฝัก แต่ไม่มีขน ฝักเป็นรูปบรรทัด หนามีความกว้างประมาณ 1.5-2 ซม. และยาวประมาณ 10-15 ซม. จะมีปีกอยู่ 4 ปีก มีความกว้างประมาณ 5 มม. ตามความยาวของฝัก ฝักที่แก่จะเป็นสีดดำและแตกตามความยาว แนวปีกอันหนึ่ง ในฝักหนึ่งจะมีเมล็ดอยู่ประมาณ 50-60 เม็ด เมล็ดนั้นจะแบนลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยม มีความกว้างประมาณ 5-8 มม. และยาวประมาณ 7-10 มม. ผิวนอกนั้น จะขรุขระเป็นสีดำ

การขยายพันธุ์ : โดยการเพาะเมล็ด

ส่วนที่ใช้ : ทั้งต้น ต้น ใบ ดอก ฝัก เมล็ด และรากใช้เป็นยา

สรรพคุณ :

ทั้งต้น ใช้ขับพยาธิในลำไส้ ถ่ายพิษตานทรง รักษาซาง โรคผิวหนัง ถ่ายเสมหะรักษา ฟกบวม รักษาริดสีดวง ดีซ่าน และฝี

ต้น ใช้เป็นยารักษาคุดทะราด และกลางเกลื้อน รักษากษัยเส้น ขับพยาธิ และขับปัสสาวะ รักษาท้องผูก และทำให้หัวใจเป็นปรกติ

ใบ จะมีกลิ่นฉุน ต้มน้ำกินเป็นยาระบาย อมบ้วนปากและใช้เป็นยาฆ่าพยาธิตามผิว หนัง รักษากลากเกลื้อน ผิวหนังอักเสบเป็นผื่นคัน เส้นประสาทอักเสบ รักษากษัยเส้น
ขับปัสสาวะ และรักษากระเพาะอาหารอักเสบ

ดอก ใช้ 1 ช่อ ต้มน้ำกินเป็นยาระบาย ทำให้ผิวหนังดีมีสี มีใย ฝัก ใช้ผสมกับยารักษากลาก และเป็นยาขับพยาธิ

เมล็ด ใช้รักษาอาการท้องผูก รักษาโรคผิวหนัง ขับพยาธิ

ราก ใช้ผสมยาบำรุงธาตุ ปัสสาวะเหลือง โรคตาเหลือง ใช้ต้มกินเป็นยารักษาตกมูกเลือด ทำให้เจริญอาหาร และมีคุณสมบัติเป็นยารักษาหิดและสิว โรคผิวหนัง กลากเกลื้อน ฆ่าพยาธิตามผิวหนัง เป็นยาระบายท้อง รักษาท้องผูก ถ่ายเสมหะ รักษากษัยเส้นและขับปัสสาวะ ทำให้หัวใจเป็นปกติ

อื่น ๆ : พรรณไม้นี้เป็นพรรณไม้ที่ไม่ต้องการการเอาใจใส่เลย ปลูกแล้วปล่อยทิ้งไว้ให้โตขึ้นเอง

ถิ่นที่อยู่ : เป็นพรรณไม้ที่พบขึ้นทั่วไปในประเทศไทย ทั้งบนและที่ราบหรือบนเขาสูงถึง 1,500 ม. ชอบขึ้นตามที่ชุ่มชื่น ไม่ชอบที่ร่ม ขึ้นได้ในดินทุกชนิด

ข้อมูลทางคลีนิคและ

เภสัชวิทยา :

1. สารสกัดจากใบและฝักจะมี anthraqninone glycosides ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ถ่ายและมี

ฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค

2. สารสกัดจากใบ มีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของเนื้องอก (sarcoma) ในหนูเล็ก โดยการฉีดเข้าที่ขา
ก็จะมีอาการระคายเคืองที่บริเวณที่ฉีด

3. สารสกัดจากใบมีฤทธิ์ใช้กระตุ้นกล้ามเนื้อเรียบในลำไส้ หลอดลม หลอดเลือด กระเพาะอาหาร กระเพาะปัสสาวะ และมดลูก ทำให้มีการบีบตัวแรงขึ้น แต่ทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจขยายตัว

4. สารสกัด Glycoside จากใบมีฤทธิ์ใช้กระตุ้นกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้การหดตัวแรงขึ้น แต่ไม่เปลี่ยนอัตราการเต้น ถ้าหัวใจเต้นช้ามาก ๆ จะเกิดอาการหัวใจหยุดเต้นในท่าบีบตัว (Systolic Arrest)

5. มีฤทธิ์ระคายเคืองต่อกระเพาะอาหารเล็กน้อย

6. ไม่มีฤทธิ์ต่อกล้ามเนื้อลาย

7. กดการทำงานของประสาทส่วนกลาง

8. ใช้กระตุ้นการหลั่งปัสสาวะ

9. สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ที่สามารถทำให้เกิดโรคในพืชคือ Agrobacterium tumefacines

10. น้ำมันที่สกัดจากใบ มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

11. สารสกัดของใบ ด้วยแอลกอฮอล์ประมาณ 95% สามารถฆ่าเชื้อ Bacillus subtilis, Serratia marcescens, Staphylococcus aureus

12. สารสกัดจากน้ำของใบชุมเห็ดเทศ จะมีความเข้มข้นประมาณ 5% และสามารถฆ่าเชื้อ Trichophyton mentagrophytes ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคกลาก

ตำรับยา :

ใช้ใบตำพอก เพื่อเร่งให้หัวฝีออกเร็วขึ้น หรือจะใช้ใบผสมกับน้ำปูนใสหรือเกลือหรือน้ำมันตำพอก รักษากลาก แมลงสัตว์กัดต่อย โรคผิวหนัง นอกจากนี้ยังใช้ใบตำพอกหรือคั้นเอาน้ำผสมน้ำปูนใสทาหรือผสมวาสลิน ใช้ทำเป็นยาขี้ผึ้งทา

หมายเหตุ : –

พจนานุกรม สมุนไพรไทย ดร.วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: